นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แสดงความมั่นใจในวันนี้ว่า ระบบคอมพิวเตอร์ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐ จะไม่ล่มเมื่อเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการระบบร่วมจ่าย ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ในวันจันทร์นี้
เขากล่าวว่าทางธนาคารมีประสบการณ์ในการรองรับการลงทะเบียนจำนวนมหาศาลผ่านแพลตฟอร์ม ‘เป๋าตัง’ มาแล้วในช่วงระยะเวลาการลงทะเบียน 5 วัน และระบุเพิ่มเติมว่าเขาคาดว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น
ในอดีต สมัยที่รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์เปิดตัวโครงการ ‘คนละครึ่ง’ ระบบคอมพิวเตอร์ของธนาคารกรุงไทยเคยเกิดขัดข้องชั่วคราว เนื่องจากมีประชาชนหลายแสนคนแห่กันเข้ามาลงทะเบียนพร้อมๆ กันในเวลาเดียว
ประชาชนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปราว 30 ล้านคน มีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือทางการเงินจำนวน 4,000 บาทจากรัฐบาล เพื่อนำไปใช้จ่ายซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค และบริการต่างๆ เป็นระยะเวลา 4 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป ผู้มีสิทธิ์แต่ละรายจะได้รับเงินเดือนละ 1,000 บาท ทั้งนี้ หากยอดเงินที่ได้รับในแต่ละเดือนถูกใช้จ่ายไม่หมด ยอดเงินส่วนที่เหลือจะถูกตัดสิทธิ์และไม่สามารถนำไปใช้ต่อได้
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.1 ล้านคน จะได้รับเงินช่วยเหลือทางการเงินเพิ่มเติมจากงบประมาณของรัฐอีกด้วย โดยแต่ละรายจะได้รับเงินเพิ่มอีกเดือนละ 700 บาท เป็นระยะเวลา 4 เดือน นอกเหนือไปจากเงินจำนวน 300 บาทต่อเดือนที่ได้รับอยู่เดิม อย่างไรก็ตาม ผู้ถือบัตรกลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ดังกล่าว
เพื่อให้มีสิทธิ์ในการใช้จ่ายภายใต้โครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ผู้ลงทะเบียนแต่ละรายจำเป็นต้องโอนเงินจำนวน 667 บาท เข้าสู่บัญชี ‘เป๋าตัง’ ของตนเอง โดยมีการกำหนดเพดานการใช้จ่ายสูงสุดไว้ที่วันละ 200 บาท ซึ่งรัฐบาลจะร่วมสมทบเงินให้ในสัดส่วน 60% ของยอดเงินที่ใช้จ่ายจริง
โครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ นี้จะใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชนรวมทั้งสิ้น 1.76 แสนล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้รับสิทธิ์ราว 43 ล้านคน ซึ่งรวมถึงกลุ่มผู้มีรายได้น้อยจำนวน 13.1 ล้านคนด้วย ทั้งนี้ รัฐบาลคาดหวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่ามาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้เพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้นก็ตาม
